แอพฟังเพลง ยอดฮิต! อันไหนดีสุด?

เชื่อว่าแต่ละคนน่าจะมี แอพฟังเพลง ประจำอยู่ในใจ แต่ปัญหาที่ตามมา เจอโฆษณากวนใจกันอยู่บ่อย ๆ ทำให้เสียอรรถรสในการฟังเพลง คิดแล้วกลุ้มใจ!

สำหรับใครที่กำลัง แอพฟังเพลง ที่เสียงดี ๆ ไร้โฆษณามากวนใจ ขอแนะนำ 4 แอพดัง ยอดนิยมของปี 2020 มาเปรียบเทียบให้ทุกคนดูชัด ๆ กันไปเลยว่าอันไหนดีสุด!

แอพฟังเพลง
Spotify

1.Spotify (สปอทิฟาย) : แอพสตรีมมิ่งเพลงระดับโลกที่ได้รับความนิยมมาก ๆ เพราะมีเพลงทุกแนวให้เลือกฟังกันมากกว่า 40 ล้านเพลง 3 พันล้านเพลย์ลิสต์ ทั้งเพลงไทย เพลงต่างประเทศ และยังมีเพลงอินดี้ มาพร้อมระบบวิเคราะห์ ช่วยเลือกเพลงโดนใจผู้ใช้มากมาย

ล่าสุดได้มีปรับฟีเจอร์ ให้ผู้ฟังกดค้นหาศิลปิน และกดเปลี่ยนเพลงไม่ต้องให้วุ่นวายใจกันอีกต่อไป สามารถกดถูกใจและฟังซ้ำเพลงหรือศิลปิน ได้ตามใจชอบ แถมสร้างเพลย์ลิสต์ส่วนตัวได้อีกด้วย

จุดเด่น : ระบบแนะนำเพลงค่อนข้างโดดเด่น ยิ่งฟังและเลือกเพลงบ่อย ๆ ใน Spotify นานเท่าไหร่ AI จะมิกซ์เพลย์ลิสต์ให้อัตโนมัติ จากเพลงที่เราชอบฟัง ทำให้เราได้ฟังเพลงใหม่ ๆ ที่ไม่เคยฟังมาก่อนในสไตล์ที่ชื่นชอบ และมีเพลงใหม่อัปเดตเข้ามาอยู่เสมอ ไม่ตกเทรนด์ สามารถสร้างเพลย์ลิสต์ของตัวเองและเปิดเป็นสาธารณะเพื่อแชร์ให้ User อื่น ๆ ฟังได้

แอพฟังเพลง
ค่าบริการ Spotify

ค่าบริการ : แบบพรีเมี่ยม ทดลองใช้ฟรี 1 เดือนแรก หลังจากนั้นสามารถเลือกได้ว่าต้องการเสียเรตราคาเท่าไหร่ รายบุคคล 129 บาทต่อเดือน ,เป็นคู่ 169 บาทครอบครัว (Family) 199 บาทต่อเดือน ใช้ได้ 6 คน หรือหากไม่ต้องการเสียเงินก็สามารถฟังเพลงฟรีได้ แต่จะมีข้อแตกต่าง คือ ไม่สามารถฟังและเลือกได้ทุกเพลง มีโฆษณาค่อนข้างเยอะ กดข้ามเพลงได้ 6 ครั้งใน 1 ชั่วโมง

คุณภาพเสียง : คุณภาพเสียงดีมากเหมือนซื้อแผ่นซีดีเพลงมาฟัง เพราะมีค่า Bitrate มากถึง 320 Kbps

แอพฟังเพลง
Apple Music

2.Apple Music (แอปเปิ้ล มิวสิก) : บริการสตรีมมิ่งเพลง Apple สามารถใช้ได้ทั้ง iOS , Android , Mac , Apple TV และ PC มีเพลงให้เลือกฟังมากกว่า 70 ล้านเพลง มีหลายแนวเพลงให้ฟัง ทั้งเพลงสากลทั้งฝั่งอเมริกา ยุโรป และเอเชีย เปิดให้บริการในหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วย

จุดเด่น : หมวด Radio มีคนคอยมาจัดเพลงให้ฟังตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งดีเจ หรือดาราดัง ๆ ระดับโลก คอยมาผลัดเปลี่ยนให้เราฟังตลอด ทั้งเพลงฮิต และเพลงใหม่จากแต่ประเทศทั่วโลก เราสามารถเข้าไปดูได้เลยว่า แต่ละประเทศมีชาร์ตเพลงฮิตอะไรบ้าง แถมมีคอนเทนต์พิเศษไม่ว่าจะเป็นเพลง หรือวีดีโอที่หาฟังหรือดูได้เฉพาะใน Apple Music เท่านั้น

แอพฟังเพลง
ค่าบริการ Apple Music

ค่าบริการ : ทดลองใช้ฟรีได้ 3 เดือนหลังจากนั้นต้องสมัครสมาชิก มีโปรชั่นใหม่ ๆ มาเรื่อย ๆ สามารถแบ่งค่าบริการได้ดังนี้ ราคานักศึกษา 69 บาทต่อเดือน,รายบุคคล 129 บาทต่อเดือน ,ครอบครัว 199 บาทต่อเดือน ใช้ได้ 6 คนต่อ 1 บัญชี แยกบัญชีเพลงส่วนตัวสำหรับแต่ละคนในครอบครัว

คุณภาพเสียง : 256 Kbps สามารถฟังได้เรื่อย ๆ ประสิทธิภาพน้อยกว่า Spotify และ JOOX นิดหนึ่ง

JOOX
JOOX

3.JOOX (จุกซ์) : สตรีมมิ่งเพลงที่มีต้นกำเนิดมาจากเว็บ Sanook ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทย เพราะอัดแน่นไปด้วยเพลงไทยสากล และไทยลูกทุ่ง แถมมีเพลงสากล ญี่ปุ่น เกาหลี ที่กำลังได้รับความนิยมในขณะนั้นมาอัพเดทตลอดเวลาด้วย

จุดเด่น : ตีตลาดไทย มีเพลงไทยเยอะมาก ๆ มีทั้งเพลงฮิต เพลงใหม่ เพลงเก่าก็มีด้วย มีหลากหลายแนวให้ฟัง แต่ฟีเจอร์ที่เด่น คือ สามารถร้อง Cover ได้ด้วยเหมาะกับสายคาราโอเกะ

JOOX
ค่าบริการ JOOX

ค่าบริการ : ฟังฟรีตลอด แต่มีโฆษณาคั่น ยกเว้นเพลงที่เป็น VIP จำกัดเฉพาะคนที่เสียเงิน หรือทำตามกติกาของ Joox ถึงจะได้ฟังเพลงแบบไม่มีโฆษณาคั่น

คุณภาพเสียง : คุณภาพเสียงดีมาก ๆ เหมือนกับ Spotify เพราะมีค่า Bitrate มากถึง 320 Kbps

YouTube Music
YouTube Music

4.YouTube Music (ยูทูบ มิวสิก) : หนึ่งในฟีเจอร์เสริมของยูทูบ โดยสามารถเลือกมาฟังจากยูทูบได้โดยตรง โดยไม่มีโฆษณามากวนใจ แถมยังปิดหน้าจอขณะฟังเพลงได้อีกด้วย

จุดเด่น : ใช้ฐานข้อมูลเดียวกันกับยูทูบ เวลาที่มีเอ็มวีเพลงใหม่ ๆ ออกมาหรือคนที่เราชอบ Cover เพลงลงในยูทูบเราก็สามารถฟังใน YouTube Music ได้ทันทีแล้วก็สามารถทำเป็นเพลย์ลิสต์ฟังเฉพาะเราได้เช่นกัน

YouTube Music
ค่าบริการ YouTube Music

ค่าบริการ : ทดลองใช้ฟรี 3 เดือนแรก หลังจากนั้น สามารถเลือกเสียค่าบริการได้ตามตามใจชอบ ราคาแบบรายบุคคล 159 บาทต่อเดือน ส่วนถ้าแบบครอบครัวใหญ่ 199 บาทต่อเดือน

สุดท้ายนี้ ไม่ว่า แอพฟังเพลง อันไหนเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับความชอบและรสนิยมส่วนบุคคล ก่อนที่เราจะตัดสินใจซื้อ หรือเสียเงินนั้น ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ดังนั้นจึงควรเข้าไปอ่านรายละเอียด และทดลองใช้งานก่อน

♩♪♫♬♭♮ ☎ ☏ ☪ ♈ ♨ ºº ₪ ¤ 큐

ติดตาม ITME ไอทีมี ข่าวไอที

อ่านบทความที่คุณอาจสนใจ : เปิดตัว HomePod Mini ลำโพงอัจฉริยะ

กดไลก์ และติดตาม เราได้ที่ >>> ITME ไอทีมี

ลงโฆษณา

เรื่องที่คุณอาจชอบ

Leave a Comment